การบริหารใบหน้าเพื่อลดรอยตีนกา

ปัญหาเรื่องของรอยตีนกานั้นเป็นปัญหาที่กวดใจผู้หญิงอย่างเราเสียจริงๆ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น มันก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยสิ แต่ถึงอย่างไรก็ตามถึงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เราสามารถชะลอหรือลดให้มันมีน้อยกว่าเดิมได้ด้วยวิธีต่างๆ แต่สำหรับวันนี้เรามีวิธีลดรอยตีนกาง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทุกที่มาฝาก ไปดูกันได้เลย

วิธีบริหารใบหน้าเพื่อลดรอยตีนกานั้นทำได้ง่ายๆ ทำได้โดยให้เรานั่งหน้ากระจก จากนั้นโค้งนิ้วชี้ไว้ใต้โหนกคิ้ว แล้วค่อยๆ ดันคิ้วขึ้นไปอยู่บนโหนกคิ้ว กดไว้อย่าให้เคลื่อน แล้วเราก็กระพริบเปลือกตาลง 6 ครั้ง แล้วก็นับ 1 – 6 จากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยนิ้วที่ยกคิ้วไว้ลงช้าๆ พร้อมกับลืมตาและผ่อนคลาย จากนั้นก็เริ่มทำแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้ว ให้ใช้นิ้วชี้ นิวกลาง และนิ้วนางวางที่รอยตีนกาของตาทั้งสองข้างพร้อมกัน หันนิ้วเข้าดวงตา จากนั้นเราก็ยิ้มจนตาหยีแล้วออกแรงงที่มือให้เกิดแรงต้านกระทำต่อกล้ามเนื้อบริเวณตีนกา ทำอย่างนี้ซ้ำกันอีก 5 ครั้ง เมื่อเสร็จแล้วต่อมาให้หลับตาแน่นที่สุดเท่าที่เราจะหลับได้ประมาณ 1-2 วิ แล้วคลายออก ใช้นิ้วกดนวดเบาๆ ใต้ดวงตาเพื่อไม่ให้เกิดรอยย่น ทำอย่างนี้ซ้ำกันอีกสามครั้ง (บทความจาก https://www.dbc.co.th) ต่อมาให้กะพริบตาถี่ๆ ติดต่อกัน 10 ครั้ง ทำแบบนี้เป็นการช่วยให้อาการเมื่อยตาลดลงและกระตุ้นการหลั่งน้ำตาเพื่อออกมาหล่อเลี้ยงดวงตาเหมาะมากสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นปะระจำ จากนั้นก็ยื่นแขนขวาไปข้างหน้าในระดับเดียวกับไหล่ช้าๆ ระหว่างที่ยื่นนั้นให้มองที่ปลายนิ้วตามไปด้วย แล้วค่อยๆ เลื่อนกลับเข้าหาตัว ตามองที่ปลายนิ้วเช่นกัน จากนั้นให้เราเปลี่ยนเป็นแขนซ้าย ทำแบบนี้เป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อดวงตาให้แข็งแรงนั้นอาจเองอาจส่งผลดีให้กล้ามเนื้อบนใบหน้านั่นเองเสร็จแล้วก็ให้หลับตาลงแล้วใช้นิ้วนางทั้งสองข้างนวดบวนเปลือกตาเบาๆ จากนั้นกดปลายนิ้วลงเล็กน้อยเพื่อนวดลูกตา โดยนวดเป็นวงรอบๆ ทำอย่างนี้ครั้งละ 2-3 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ดวงตาและลดความเมื่อยล้าเป็นอย่างดีและสุดท้ายของการบริหารใบหน้าเพื่อลดรอยตีนกาคือทาบนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ลงที่หัวตาเขม้นค้างไว้นับ 1-10 ทำซ้ำ 3-5 รอบ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของเปลือกตานั้น

พูดได้ว่าการบริหารใบหน้าเพื่อลดรอยตีนกากเปรียบเสมอการที่เราออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเพียงแต่เราออกบนใบหน้าเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงสร้างต่างๆ บนใบหน้านั้นเอง