Archive for the ‘สุขภาพ’ Category

สายตาเอียง อาการ สาเหตุ และการรักษาสายตาเอียง 5 วิธี !!

สายตาเอียงเกิดจาก

สายตาเอียง (Astigmatism) เป็นภาวะที่แสงจากวัตถุผ่านเข้าสู่ตาไม่รวมเป็นจุดเดียวเช่นคนปกติ แต่แสงในแต่ละแนว เช่น แนวตั้งฉาก แนวนอน แนวทแยงต่างก็แยกกันรวมกันเป็นจุดในแนวของตัวเอง โดยที่แนวตั้งก็รวมกันอยู่จุดหนึ่ง แนวนอนก็รวมกันอยู่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งในแต่ละแนวอาจมีจุดรวมแสงตกข้างหน้าจอประสาทตา ตรงจอประสาท หรือหลังจอประสาทตาก็ได้ ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากกระจกตามีความโค้งในแต่ละแนวไม่เท่ากัน จึงทำให้มีการหักเหของแสงแตกต่างกันไป เป็นผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการสายตามัว มองเห็นไม่ชัด ต้องคอยหยีตาหรือเอียงคอเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น ในบางรายอาจเพ่งสายตาจนรู้สึกปวดเมื่อยตา ตาล้า หรือตาเพลีย และหากไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากจะมองเห็นไม่ชัดแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ง่ายอีกด้วย

โดยทั่วไปแนวที่มีกำลังหักเหสูงสุดและต่ำสุดมักจะอยู่ในแนวตั้งฉาก ซึ่งเป็นสายตาเอียงแบบสม่ำเสมอที่พบได้ในผู้ป่วยสายตาเอียงทั่วไป และสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เลนส์ทรงกระบอก (Cylinder) ซึ่งมีกำลังเดียว (สายตาเอียงสม่ำเสมอมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ คือ แนวหนึ่งปกติ แต่อีกแนวหนึ่งอาจสายตาสั้นหรือสายตายาว หรือเป็นสายตาสั้นทั้ง 2 แนว หรือสายตาทั้ง 2 แนว แต่ต่างกำลังกัน หรืออาจเป็นแนวหนึ่งสายตาสั้น ส่วนอีกแนวหนึ่งเป็นสายตายาว) นอกจากนี้ยังมีสายตาเอียงอีกชนิดที่เรียกว่าสายตาเอียงแบบไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นแนวที่มีกำลังหักเหสูงสุดและต่ำสุดไม่ตั้งฉากกัน มักเกิดในรายที่มีแผลเป็นที่กระจกตา และไม่อาจแก้ไขด้วยการใช้เลนส์ทรงกระบอก แต่ต้องใช้คอนแทคเลนส์หรือผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์แทน

โดยส่วนใหญ่มักพบอาการสายตาเอียงเกิดขึ้นร่วมกับสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาผู้สูงอายุ เพราะจากสถิติในประเทศไทยพบว่า ผู้ที่มีปัญหาสายตากว่า 30-50% มักจะมีค่าสายตาเอียงร่วมด้วย

สายตาเอียงแตกต่างจากสายตาสั้นหรือสายตายาวตรงที่ว่า ผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตายาวจะมองเห็นภาพ ตัวเลข หรือตัวอักษรได้ชัดหรือมัวเท่า ๆ กันทุกตัว แต่ในผู้ที่มีสายตาเอียงนั้นจะมองเห็นภาพ ตัวเลข หรือตัวอักษรบางตัวได้ชัด บางตัวไม่ชัด เช่น เห็นเลข 1 ชัดเจนแม้ว่าตัวเลขนี้จะมีขนาดเล็กมาก แต่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเลข 2, 4, 7, 8 ได้ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่กว่าก็ตาม

ภาพเปรียบเทียบระหว่างสายตาปกติ สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง

สายตาปกติ

สายตาสั้น

สายตายาว

สายตาเอียง

สาเหตุสายตาเอียง

ส่วนใหญ่แล้วสายตาเอียงจะเกิดจากความผิดปกติของกระจกตาซึ่งเป็นมาตั้งแต่กำเนิด และจะไม่เป็นมากขึ้นตามอายุ (อาจเกิดจากกรรมพันธุ์หรือไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ก็ได้) นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากแผลเป็นที่กระจกตา ซึ่งมีผลทำให้ความเรียบของกระจกตาเปลี่ยนแปลงไป และทำให้มีการหักของแสงในแต่ละแนวแตกต่างกัน

สายตาเอียงเป็นความผิดปกติของตาที่เกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน ซึ่งนับเป็นความผิดปกติทางกายภาพ แม้ว่าการนอนอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ในที่มืดบ่อย ๆ จะก่อให้เกิดความเมื่อยล้าของดวงตาเนื่องจากการเพ่งสายตาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสายตาเอียงแต่อย่างใด

อาการสายตาเอียง

  • ผู้ป่วยที่สายตาเอียงมาก มักมาพบพบแพทย์ด้วยอาการตามัว มองเห็นได้ไม่ชัด โดยอาจเป็นลักษณะของสายตาสั้นหรือสายตายาวก็ได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องคอยหยีตาหรือต้องเอียงคอเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น แต่ผู้ป่วยมักจะไม่ค่อยมีอาการปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตา เพราะการเพ่งไม่สามารถช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นได้ ผู้ป่วยจึงมักไม่เพ่ง และปล่อยให้ตาพร่ามัวไป ในบางรายอาจมีพฤติกรรมชอบหันหน้าไปทางด้านใดด้านหนึ่งเพื่อหันไปหาแนวที่ไม่เอียงหรือเอียงน้อยกว่า เพื่อช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น (ผู้ป่วยที่มีสายตาเอียงมักจะชอบหยีตาอ่านหนังสือหรือดูอะไรในในระยะใกล้ ๆ เพื่อให้ภาพที่เกิดขึ้นบนจอประสาทตามีขนาดใหญ่และทำให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น ซึ่งต่างจากคนที่มีสายตาสั้นที่มองเห็นได้ชัดในระยะใกล้ ๆ โดยไม่ต้องคอยหยีตาหรือหรี่ตา เพราะระยะวัตถุที่ใกล้จะโฟกัสอยู่บนจอประสาทตาพอดี)
  • ในเด็กที่สายตาเอียงมาก อาจมาพบแพทย์ด้วยการมีท่าทางผิดปกติ เช่น เอียงศีรษะ เอียงคอ เพื่อช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น (สายตาเอียงในเด็ก อาจส่งผลเสียต่อการเรียนได้ เนื่องจากเด็กจะไม่สามารถแยกตัวอักษรหรือตัวเลขได้ดีมากนัก)
  • ผู้ป่วยที่สายตาเอียงไม่มาก สายตาอาจจะยังดีอยู่ แต่อาจมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดเมื่อยตา ตาล้า หรือตาเพลีย หากต้องเพ่งสายตามองอะไรเป็นเวลานาน ๆ เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ พิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น หรืออาจมาด้วยอาการปวดบริเวณหน้าผากจากการเพ่งสายตามากกว่าปกติ หรืออาจมาด้วยอาการมองใกล้ไม่ชัดเป็นบางครั้ง แต่เมื่อหลับตาหรือขยี้ตาก็จะกลับมาเห็นได้ชัดอีกครั้ง แต่ในบางรายก็อาจไม่ตระหนักถึงการมองไม่ชัดของตัวเองก็ได้ เนื่องจากผู้ป่วยเลือกโฟกัสกลับไปมาระหว่าง 2 แนว จึงทำให้มีโอกาสตาเมื่อยล้าได้ง่าย
  • ผู้ป่วยที่มีสายตาเอียงเล็กน้อย จะไม่มีอาการอะไร หากไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้สายตาหรือเพ่งสายตาเป็นเวลานาน ๆ
  • ผู้ป่วยมักจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะได้ง่ายกว่าคนปกติเมื่อต้องอ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ มือถือ หรือดูโทรทัศน์ที่มีลักษณะเป็นภาพ 3 มิติ เนื่องจากผู้ที่มีสายตาเอียงจะไม่สามารถจับภาพที่มีลักษณะเบลอ รวมถึงภาพที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วได้ชัดนัก

สายตาเอียงคือ

อาการสายตาเอียง

ทดสอบสายตาเอียง

วิธีที่ 1 ให้เรียงวงกลมทั้งสี่วงเป็นแนวเดียวกัน แล้วมองที่เส้นตรงสีดำภายในวงกลมทุกวง (ให้ทดสอบตาทีละข้างก่อนแล้วจึงทดสอบตาทั้งสองข้างพร้อมกัน จะสวมใส่แว่นหรือไม่ก็ได้) แล้วลองสังเกตดูว่าเห็นเส้นสีดำในวงกลมทุกวงได้ชัดเจนหรือไม่ หากพบว่ามองเห็นเส้นเหล่านี้เบลอในทิศทางใดทิศทางหนึ่งหรือหลายทิศทาง ก็แสดงว่าคุณอาจมีสายตาเอียง หากเป็นเช่นนี้แนะนำว่าควรไปพบจักษุแพทย์ครับ หรือหากมองเห็นเส้นเหล่านี้ผิดปกติไปแม้ในขณะที่สวมใส่แว่นตา ก็ควรนำแว่นตาไปตรวจเช็กด้วยเช่นกัน

ทดสอบสายตาเอียง

วิธีที่ 2 คล้ายกับวิธีแรก ซึ่งคนที่มีสายตาเอียงจะมองเห็นภาพในแต่ละแนวแกนชัดไม่เท่ากัน เช่น แกนตั้งชัดกว่าแกนนอน แกนนอนชัดกว่าแนวตั้ง แกนทแยงชัดกว่าแกนอื่น ๆ เป็นต้น (ถ้าสายตาปกติดีจะเห็นชัดเท่ากันทุกเส้น)

วัดสายตาเอียง

ทดสอบตาเอียง

วิธีที่ 3 จะเป็นการทดสอบด้วยการตอบคำถาม 3 ข้อ ถ้าคำตอบคือ “ใช่” อย่างน้อย 1 ข้อจาก 3 ข้อ คุณอาจมีค่าสายตาเอียง ได้แก่

  1. คุณหรี่ตาหรือเอียงคอเป็นประจำเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น ใช่หรือไม่ ?
  2. คุณมักมีอาการมึนศีรษะง่ายเมื่อใช้สายตาเป็นเวลานาน ๆ และไม่สามารถจับภาพที่มีลักษณะเบลอ รวมถึงภาพที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วได้ชัดเจนนัก ใช่หรือไม่ ?
  3. คุณมีอาการมองเห็นตัวเลขหรือตัวอักษรบางตัวชัด บางตัวไม่ชัด ใช่หรือไม่ ?

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง

วิธีรักษาสายตาเอียง

  • หากสงสัยว่าสายตาเอียง หรือเมื่อมีอาการผิดปกติทางสายตา เช่น มองเห็นภาพได้ไม่ชัด เมื่อยล้าตามาก หรือแม้แต่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคทางดวงตาและตรวจวัดสายตาที่โรงพยาบาลก่อนเสมอ ผู้ป่วยไม่ควรไปตัดแว่นใส่เองโดยที่ยังไม่ได้ไปพบจักษุแพทย์ (โปรดทราบว่า การเขียนหนังสือเอียง ๆ หรือดูโทรทัศน์แล้วชอบเอียงคอ อาจจะไม่ได้เกิดจากสายตาเอียงเสมอไป แต่อาจจะเกิดจากอุปนิสัยส่วนตัว การมีสายตาสั้น ตลอดจนตาเหล่ก็ได้ จึงขอแนะนำว่าควรไปตรวจวัดสายตาที่โรงพยาบาลให้แน่ชัดต่อไป)
  • ในรายที่มีสายตาเอียงไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไข แต่ถ้าสายตาเอียงมากจนตามัวให้รักษาด้วยการใส่แว่นชนิดเลนส์ทรงกระบอกที่มีกำลังในแนวใดแนวหนึ่ง เพื่อแก้ไขความโค้งที่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
    • ผู้ที่มีสายตาเอียงไม่ควรใช้เลนส์แว่นตาที่มีคุณภาพต่ำ เพราะจะทำให้ใส่ไม่สบายตา โดยเฉพาะเมื่อเหลือบมองภาพทางด้านข้าง ก่อนการซื้อควรสอบถามเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพให้ชัดเจนก่อนเสมอ ส่วนในผู้ที่มีสายตาเอียงเกินกว่า -2.00D ควรพิจารณาเลือกใช้เลนส์แว่นตาที่มีคุณภาพสูง
    • เลนส์ทรงกระบอกอาจทำให้ภาพที่เห็นผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ไม่ยอมใส่แว่น ซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวไปสักระยะหนึ่ง
  • หากพบว่ามีสายตาเอียงมาก ๆ จนแก้ไขด้วยแว่นตาไม่ได้ ใส่แว่นแล้วเกิดอาการมึนงงหรือวิงเวียนศีรษะ มองเห็นภาพออกมาผิดเพี้ยนหรือบิดเบี้ยว ให้แก้ไขด้วยการใช้คอนแทคเลนส์ (Contact lens) หรืออาจใช้วิธีการผ่าตัดด้วยมีด ตลอดจนการผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์ (Excimer laser) ซึ่งโดยทั่วไปควรจะทำเมื่ออายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป (ในปัจจุบันมีคอนแทคเลนส์ที่ได้รับการพัฒนาและผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยเฉพาะเพื่อช่วยแก้ไขค่าสายตาเอียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนแทคเลนส์รายวันสำหรับคนสายตาเอียงที่นอกจากจะช่วยแก้ไขค่าสายตาได้แล้ว ยังให้ความรู้สึกชุ่มชื้นสบายตา สะดวกสบาย และสะอาดถูกสุขอนามัยอีกด้วย ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเป็นกังวลกับปัญหาด้านสายตา รวมถึงผลข้างเคียงต่าง ๆ ทั้งอาการวิงเวียนศีรษะและอาการปวดศีรษะอีกต่อไป)
  • ในบางรายอาจรักษาสายตาเอียงด้วยการทำเลสิก (Lasik)
บทความที่เกี่ยวข้อง
  • สายตาสั้น อาการ สาเหตุ และการรักษาสายตาสั้น 7 วิธี !!
  • สายตายาว อาการ สาเหตุ และการรักษาสายตายาว 5 วิธี !!
  • ตาเหล่ อาการ สาเหตุ และการรักษาตาเหล่ (ตาเข) 10 วิธี !!
References
  1. หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2.  “สายตาเอียง (Astigmatism)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 947.
  2. หาหมอดอทคอม.  “สายตาเอียง (Astigmatism)”.  (ศ.เกียรติคุณ พญ.สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : haamor.com.  [15 เม.ย. 2016].
  3. มูลนิธิหมอชาวบ้าน.  “สายตาเอียง”.  (พญ.สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.doctor.or.th.  [15 เม.ย. 2016].

ภาพประกอบ : clinicaoftalmolaser.com, www.rutherfordeyecare.com, www.geocities.ws, www.huntingtoneyecare.com

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

เคล็ดลับทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้น

dad_baby

คุณแม่ทุกคนย่อมรู้ดีว่าการที่ลูกน้อยได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้ลูกมีพัฒนาการของเล่นเด็กที่ดีและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การที่ลูกน้อยไม่ค่อยยอมนอน นอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตื่นและกล่อมให้หลับต่อก็ยากมาก หรือเด็กทารกบางรายก็นอนวันตื่นกลางคืนซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับคุณแม่เพราะทำให้นอนหลับไม่เป็นเวลาตามไปด้วย

มีการศึกษามากมายที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก เด็กที่นอนน้อยโดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงก่อนวัยเรียนจะส่งผลให้มีสมาธิสั้นกว่าปกติ และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำกว่าเด็กทั่วๆไปในวัยเดียวกันอีกด้วย

เด็กๆต้องนอนมากเท่าไหร่

เด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 เดือนแรกของชีวิต ควรมีเวลานอนตั้งแต่ 10-18 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่เด็กเล็กอายุตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 18 เดือนสามารถนอนได้วันละ 13-15 ชั่วโมง ส่วนเด็กอายุตั้งแต่ 18 เดือนถึง 3 ขวบสามารถนอนได้วันละ 12-14 ชั่วโมง ซึ่งสามารถแบ่งเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับในตอนกลางคืนประมาณ 12-14 ชั่วโมง และนอนกลางวันอีกประมาณ 1-3 ชั่วโมง

ทำอย่างไรให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น

เมื่อคุณแม่รู้ว่าการนอนหลับมีความสำคัญต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูก ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลให้ลูกน้อยสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  1. จัดที่นอนให้มีความอบอุ่นและปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการนอน เด็กทารกที่ใช้เปลเด็กเป็นที่นอนควรได้รับการจัดพื้นที่ให้มีความปลอดภัยเพื่อลดโอกาสในการเกิดภาวะ SIDS หรือการหลับไม่ตื่นในเด็กที่มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนอนคว่ำ หรือที่นอนมีความนุ่มเกินไปจนทำให้เด็กขาดอากาศหายใจที่เกิดจากการนอนคว่ำหน้า รวมทั้งหมอนหรือผ้าห่มที่สามารถกดทับทางเดินหายใจจนทำให้เด็กขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตได้
  2. สภาพแวดล้อมในห้องนอนมีความสบาย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
  3. จัดเครื่องแต่งกายลูกให้รู้สึกสบาย ช่วงที่อากาศค่อนข้างร้อนควรเลือกเสื้อผ้าที่สามารถระบายความร้อนและเหงื่อได้ดี ส่วนในช่วงที่อากาศเย็นควรสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอให้กับลูกน้อย
  4. ฝึกให้ลูกเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน โดยการหรี่ไฟในตอนกลางคืนและอาจจะนวดเบาๆให้ลูกผ่อนคลายและรู้สึกสบายกับของเล่นเด็ก ทำให้ง่วงและนอนได้โดยง่าย แต่ในช่วงเช้าจนถึงกลางวันเมื่อลูกตื่นก็ให้พามาเล่นหรือกินนม อาบน้ำเพื่อให้ลูกตื่นตัว ไม่นานเมื่อเด็กรู้วาถึงเวลากลางคืนก็จะนอนหลับได้ง่ายขึ้น

ฝึกลูกให้นอนเป็นเวลาเพื่อลักษณะนิสัยที่ดีและทำให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยได้ดียิ่งขึ้นหรือการหลับไม่ตื่นในเด็กที่มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนอนคว่ำวามปลอดภัยน้นจึงต้องมีการดูแลให้ลูกน้อยสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพ

คอร์สไหนดี ที่จะเป็นของขวัญเสริมความงามของขุ่นแม่

คอร์สไหนดี ที่จะเป็นของขวัญเสริมความงามของขุ่นแม่

วันแม่ของทุกปี หลายคนก็อยากให้ของขวัญสุดพิเศษเพื่อคุณแม่ที่เรารัก ยิ่งเดี๋ยวนี้ของขวัญพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว เชื่อมั้ยคะว่ามีหลายคนถามหมอค่ะ อยากจะพาคุณแม่มาเสริมความงาม ให้หมอน้ำทำโปรคอร์สให้คุณแม่.. โห แซ่บเนอะ น่ารักมุ้งมิ้งกุ๊งกิ๊งกิ๊บกิ้วมว้ากหมอชอบ แต่หมอว่าการให้สุขภาพที่ดี เป็นของขวัญที่ดีที่สุดเสมอ สวยอย่างเดียวไม่พอ สุขภาพต้องสตรองด้วยค่ะ

หมอน้ำขอแนะนำคอร์สสุดคุ้ม 2 in 1เพื่อผิวพรรณและสุขภาพ.. นั่นคือ “ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง” ได้ครบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพผิวของคุณแม่เลยค่ะ แถมผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองโดยเฉพาะเจ้านมถั่วเหลือง จัดว่ามีโปรตีนสูง และมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ครบ 5 หมู่ คือ โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบโฮเดรต, เกลือแร่ และวิตามิน ทั้งยังอุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการวัยทองในผู้หญิง ช่วยป้องกันโรค เช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคกระดูกพรุน และโรคมะเร็งร้ายหลายชนิด

สารอาหารจากถั่วเหลืองสามารถดูดซึมได้ง่าย แถม 95% ของโปรตีนในนมถั่วเหลืองร่างกายของเราสามารถดูดซึมได้หมด ดื่มแทนนมก็เหมาะนะคะ

ทีเด็ดของนมถั่วเหลืองสำหรับผู้หญิง คือ ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงค่ะ โดยถั่วเหลือง (Soy) มีสาร Isoflavonoids, Isoflavones ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่าไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ทำให้โอกาสที่จะเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ในวัยใกล้หมดประจำเดือนลดลง และยังช่วยควบคุมการเสริมสร้างกระดูก รวมถึงช่วยรักษาความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นของผิวหนังจึงช่วยให้ผิวดี ผิวสวย นอกจากจะช่วยเรื่องฮอร์โมนแล้ว นมถั่วเหลืองยังดีต่อสุขภาพหัวใจด้วยนะคะ โดยองค์การอาหารและยาสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา ได้ให้การยอมรับว่าอาหารและเครื่องดื่มจากถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ดีต่อ สุขภาพหัวใจ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ด้วยเหตุผลหลักๆ 2 ประการได้แก่ ประการแรก ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวและปราศจากคอเลสเตอรอล และประการที่สอง คือ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol) ในกระแสเลือดได้อีกด้วย เรียกว่าผิวพรรณสดใสหัวใจแข็งแรงกันเลยค่ะ

อีกเรื่องที่สำคัญเลย คนวัยคุณแม่ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แม้ต้องการพวกไขมัน, แป้งและโปรตีน น้อยลง แต่ก็ยังต้องการ ประมาณว่า แค่ลดแต่งดไม่ได้ อาหารในกลุ่มนี้จึงควรเน้นเป็นข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้ ปลา ค่ะ นอกจาก 5 หมู่ที่ว่ามา หมอน้ำขอเพิ่มอาหารเสริมชั้นดีเป็นหมู่ที่ 6 เพิ่มเติมจากการกิน คือ การกอดและการเอาใจใส่ กอดแม่บ่อยๆ ซักถามหาเรื่องเจ๊าะแจ๊ะกัน พาไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปออกกำลังกายบ้างทุกๆสัปดาห์ ไม่หาเรื่องหนักใจมาให้เครียด (ชวนคุยแบบแม่จ๋ายืมตังค์หน่อยไม่เอาน้า) เมื่อขุ่นแม่แฮปปี้ ร่างกายก็มีความสุขไปด้วย

สุดท้ายค่ะ คำอวยพรยอดนิยมที่เราชอบขอให้คุณแม่ อย่าง “สุขภาพแข็งแรงนะคะแม่ รักแม่มากๆ นะ” รู้มั้ยคะ พรนี้เราไม่ต้องรอ ไม่ต้องขอ เราทำให้คุณแม่ได้เองเลยค่ะ มาเริ่มทำกันในวันแม่นี้ สุขสันต์วันแม่นะคะทุกคน ^ ^

หมอน้ำ พ.ญ. ฤทัยชนก สมปอง

แก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้า

มารู้จักเกี่ยวกับเรื่องของอาการทางจิตที่เรียกว่าอาการโรคซึมเศร้ากันก่อนดีกว่า เชื่อได้เลยว่ามีหลายคนนั้นสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับที่มาที่ไปของมัน และสถิติที่น่าสนใจก็คื่อโรคซึมเศร้านั้นมักจะเกิดกับผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่ และโรคนี้สมควรจะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาอีกด้วยถ้าหากว่าไม่อยากทำให้โรคนี้เรื้อรังและพาลทำให้คนเป็นนั้นคิดสั้น อีกทั้งไม่มีใครสามารถรับรู้ตัวเองได้แน่นอนว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าอยู่นั่นเอง

โรคซึมเศร้า 1

อย่าว่าแต่การช่วยพูดให้ดีขึ้นเลย ขนาดที่ว่าการชักชวนไปทำกิจกรรมบางอย่างที่หลายคนโปรดปรานเช่นการออกกำลังกายก็ไม่สามารถช่วยบำบัดจิตใจของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้เลยด้วยซ้ำไป แล้วแบบนี้เราจะทำอย่างไรกับสภาพการณ์แบบนี้กันได้บ้างล่ะนี่ เป็นที่สงสัยสำหรับหลายๆคนเลยทีเดียว ทางที่ดีนั้น คนที่เป็นโรคนี้สมควรเข้าพบกับทางจิตแพทย์ก่อนเลยจะดีที่สุด

โรคซึมเศร้า 2

อาการของ “โรคซึมเศร้า”

  1. ขาดความสุขบางอย่างในชีวิตประจำวันของตัวเองแล้วเกิดภาวะความเครียดบางอย่างโดยไม่รู้ตัวและมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่มากเกินไป
  2. อารมณ์ซึมเศร้า (อารมณ์ซึมเศร้าเป็นสาเหตุที่ชัดเจนอย่างมากคือเกิดอาการดราม่าได้ตลอดเวลาแล้วเอาแต่ร้องไห้เอาแต่นึกถึงเรื่องที่ผิดพลาดในชีวิตจนทำให้บ่อน้ำตาแตกตลอดเวลา เอาแต่โทษตัวเองได้ตลอดเวลา)
  3. รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าและความรู้สึกผิดแม้แต่ในเรื่องที่ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกตัวเองผิดก็ยังคิดได้ ชอบโทษตัวเองว่าตัวเองเป็นต้นเหตุในเรื่องนั้นเรื่องนี้ในอดีตหรือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
  4. ขาดความเข้มข้นในการใช้ชีวิตและไม่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างหนัก
  5. รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาและเหนื่อยกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ค่อยมีแรงจะสู้ต่อ
  6. การนอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไปก็มีผลต่อการเป็นโรคซึมเศร้าด้วยเหมือนกัน
  7. บางคนไม่ได้ความรู้สึกกังวล แต่เหมือนระแวงเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นมากเกินไป
  8. การที่น้ำหนักลดลงแบบมากเกินไปแบบผิดธรรมชาติก็มีผลต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วย พวกชอบทำร้ายตัวเองก็เข้าข่าย

อยากสวยด้วยบิ๊กอายส์..ห้ามไว้เล็บยาวนะ

แฟชั่นบิ๊กอายถือได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังเป็นกระแสนิยมฮิตฮอตสุดๆ เพราะคอนแทคเลนส์บิ๊กอายหรือที่เป็นทางการหน่อยก็เรียกกันว่าคอนแทคเลนส์ตาโตนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์หลักและจุดประสงค์เดียวเลยคือเรื่องของความสวยความงามของดวงตาที่เพิ่มมากขึ้น โดยอย่างยิ่งเหมาะกับสาวเอเชียที่มีดวงตาเล็กนิดเดียวและบางคนยังเป็นตาชั้นเดียวอีกด้วย ซึ่งขัดกับเทรนส์ปัจจุบันที่นิยมชมชอบสาวตาแบ๊วหวานสวยสดใส สาวๆหลายคนจึงต้องทำตัวเองให้ทันกระแสนิยมเป็นสาวแบ๊ว โดยการใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอายส์นั่นเอง แต่ถ้าคุณคิดจะสวยด้วยการใส่บิ๊กอายส์แล้วก็จะต้องยอมแลกกับอะไรบางอย่างอย่างการไม่ไว้เล็บยาว

แว่นสายตา ซึ่งถือได้ว่าเป็นเป็นอีกข้อหนึ่งที่สำคัญที่สาวต้องตัดสินใจเลือกว่าถ้าคิดจะมีดวงตาที่กลมโตสวยสดใสแบ๊วตามแบบฉบับผู้หญิงตามเทรนส์ ก็อย่าไว้เล็บยาวหรือต่อเล็บดีที่สุดเพราะด้วยเหตุผลที่ว่าความคมของเล็บนั้นอาจจะทำให้คอนแทคเลนส์บิ๊กอายของคุณฉีกขาดได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญเลยเวลาจะใส่หรือเวลาที่คุณถอดคอนแทคเลส์บิ๊กอายก็แสนจะทำได้ยากลำบากสุดเพราะอุปสรรคจากเล็กที่ยาวนั่นเอง ยิ่งถ้าไม่ระวังเล็บอาจจะจิกลงในเนื้อตาของคุณได้อีกทำให้เกิดเป็นรอยขีดข่วนและเสี่ยงต่ออาการดวงตาอักเสบ นอกจากนั้นแล้วการไว้เล็บยาวยังทำให้เกิดการหมักหมมของสิ่งสกปรกซึ่งจะเข้ามาสะสมในซอกเล็บของคุณได้ง่าย เพราะเวลาที่คุณล้างมือก็อาจจะไม่สะอาดเท่าที่ควรเพราะคุณก็ไม่อาจสามารถลล้างได้หมดจดทุกซอกเล็บ เมื่อเราถอดหรือใส่คอนแทคเลนส์ สิ่งสกปรกก็จะเข้าไปอยู่ในดวงตาของคุณและอาจเกิดอาการติดเชื้อได้

มาบำรุงดวงตากันเถอะ

ถ้าต้องการมีสุขภาพดวงตาที่ดีเราควรรับประทานอาหารต่างๆ ที่สามารถช่วยบำรุงสายตาอย่างได้ผล สำหรับผักและผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายได้นั้น ควรเป็นผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วย วิตามินเอ ถ้าเรารับประทานผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอเป็นประจำจะช่วยบำรุงสายตาของคุณได้อย่างดี ทำให้ดวงตาสดใสเป็นประกาย แต่ถ้าขาดวิตามินเอ จะมีผลทำให้ดวงตาเกิดการอักสบ มีอาการตาแห้ง และตาแฉะเกิดขึ้นได้ สำหรับผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอจะได้แก่ มะละกอ กล้วย ฝักทอง ตำลึง ผักคะน้า ผักกะเฉด พริกหยวก เป็นต้น

เห็ดหลินจือ อาหารเสริมอันเลื่องชื่อ

อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านอาหารการกิน ก็เป็นที่ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก และอาหารเสริมจึงก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย สามารถรับประทานได้ง่าย และประหยัดเวลา นั่นจึงกลายเป็นทางเลือกของคนในสังคมปัจจุบันที่ต้องการสุขภาพที่แข็งแรง แต่ไม่มีเวลามาดูแลสุขภาพร่างกายทั้งของตัวเองและคนในครอบครัว เนื่องจากต้องทำงานและใช้ชีวิตแข่งกับเวลาที่มีไม่มากในแต่ละวันนั่นเอง

เห็ดหลินจือ

ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอยู่มากมายหลายชนิด และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเห็ดหลินจือก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยสรรพคุณที่มากมายหลายอย่าง เช่น ช่วยในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต่อต้านโรคมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ช่วยในระบบการเผาผลาญของเสียออกจากร่างกาย ลดไขมันในเส้นเลือด และยังชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆในร่างกายได้อีกด้วย โดยชาวจีนนั้นใช้เห็ดหลินจือเป็นยาอายุวัฒนะ มีการใช้รักษาโรคต่างๆ มาอย่างยาวนาน ด้วยสรรพคุณที่มีอยู่อย่างมากมายของเห็ดหลินจือ ทำให้เห็ดหลินจือถูกนำมาทำเป็นทั้งยาและอาหารเสริมมากมาย โดยเริ่มมาจากประเทศจีนและแผ่วงกว้างไปทั่วโลก

อาหารเสริมที่ทำจากเห็ดหลินจือนั้น ส่วนมากจะพบในลักษณะเม็ด หรือแคปซูล เพื่อให้ทานได้ง่าย และสะดวกต่อการพกพา แต่ที่จริงแล้วเห็ดหลินจือนั้นมีวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบแห้ง รูปแบบกระป๋อง รูปแบบชาและอื่นๆ อีกมากมาย ให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น ด้วยความนิยมทำให้ได้มีผู้เชี่ยวชาญมาทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือและได้พบสรรพคุณทางยาเยอะแยะมากมาย สามารถรับประทานติดต่อกันเวลานานได้โดยไม่เป็นพิษต่อร่างกาย สมกับที่เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อของจีน ดังนั้นเห็ดหลินจือจึงถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ